หนอนแมลงวันบอกเวลาตายได้อย่างไร และบอกไม่ได้แค่ไหน
เมื่อพบศพที่เสียชีวิตมาแล้วหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน คำถามแรกของการสืบสวนคือ ตายมานานเท่าไร แล้วจะอ่านเวลานั้นจากอะไร
คำตอบหนึ่งคือแมลง สาขาที่ทำเรื่องนี้เรียกว่านิติกีฏวิทยา
หลักการเรียบง่ายกว่าที่คิด แมลงวันหัวเขียวเป็นแมลงกลุ่มแรกที่เข้ามาอาศัยบนศพ ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังการตาย และตัวอ่อนของมันเติบโตตามตารางเวลาที่วัดได้ โดยระยะเวลาการเจริญเติบโตนั้นจำเพาะกับแต่ละชนิด แม้แต่ในชนิดที่ใกล้ชิดกันมาก
เปรียบเทียบให้เห็นภาพ ถ้าเรารู้ว่าเด็กวัยหนึ่งสูงเท่าไรและฟันขึ้นกี่ซี่ เราก็ประมาณอายุเด็กจากขนาดตัวได้ หลักการของหนอนแมลงวันก็เหมือนกัน เพียงแต่ตารางการเติบโตของมันนับเป็นชั่วโมง ไม่ใช่เป็นปี
"หนอนไม่ได้บอกว่าหัวใจหยุดเต้นตอนกี่โมง แต่บอกว่าตายมาแล้วอย่างน้อยเท่าไร"
ที่มา: https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC6315464/
คดีแรกของประเทศไทย
งานตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Medical Entomology เมื่อ ค.ศ. 2001 บันทึกคดีนิติกีฏวิทยาคดีแรกที่มีการบันทึกไว้อย่างเป็นทางการในประเทศไทย
ศพชายวัย 32 ปีถูกพบในพื้นที่ป่า สภาพแห้งคล้ายมัมมี่ และพบตัวอ่อนของแมลงวันหกชนิดอยู่กับศพในวันที่พบ ได้แก่ Hydrotaea spinigera, Piophila casei, Megaselia scalaris, แมลงในสกุล Sagus และแมลงวันเนื้ออีกสองชนิดที่ระบุชนิดไม่ได้
จุดที่ต้องอ่านให้ละเอียดคือ ค่าประเมินช่วงเวลาหลังการตายที่ 3 ถึง 6 เดือนนั้น มาจากการมีอยู่และอายุของตัวอ่อนเพียงสามชนิด คือ Piophila casei, Megaselia scalaris และ Hydrotaea spinigera ไม่ได้มาจากทั้งหกชนิดรวมกัน
สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ แมลงที่พบในคดีนี้ไม่มีชนิดใดเป็นแมลงวันหัวเขียว ซึ่งเป็นกลุ่มที่มาถึงซากก่อนใคร กลุ่มที่พบเป็นกลุ่มที่เข้ามาทีหลังเมื่อซากแห้งแล้ว องค์ประกอบแบบนี้เองที่สอดคล้องกับช่วงเวลาระดับเดือน ไม่ใช่ระดับวัน
ที่มา: https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/11580050/
สิ่งที่แมลงบอกได้ และสิ่งที่บอกไม่ได้
คำที่นักกีฏวิทยาใช้จริงคือ minimum postmortem interval หรือช่วงเวลาหลังการตายขั้นต่ำ ไม่ใช่เวลาตาย
งานวิจัยไทยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Insects เมื่อ ค.ศ. 2018 นิยามค่านี้ไว้ตรงตัวว่าเป็นช่วงเวลาระหว่างวันที่แมลงเข้ามาอาศัยบนศพเป็นครั้งแรก กับวันที่พบศพ
พูดง่าย ๆ คือ สิ่งที่คำนวณได้เป็นพื้นล่าง แปลว่าศพต้องตายมาแล้วอย่างน้อยเท่านั้น ส่วนคำถามว่าตายก่อนที่แมลงตัวแรกจะมาถึงนานแค่ไหน หลักฐานแมลงไม่ได้ตอบ
ลองนึกภาพตาม ถ้าศพถูกเก็บไว้ในที่ที่แมลงเข้าไม่ถึงก่อน แล้วค่อยถูกนำออกมาทิ้งข้างนอก นาฬิกาของแมลงจะเพิ่งเริ่มเดินตอนที่ศพออกมาข้างนอกเท่านั้น ตัวเลขที่ได้จึงต่ำกว่าเวลาที่เสียชีวิตจริง
ด้วยนิยามแบบนี้ ตัวเลขจากหลักฐานแมลงจึงตอบได้เพียงขอบล่างของช่วงเวลา และต้องอ่านคู่กับหลักฐานด้านอื่นเสมอ
ที่มา: https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC6315464/
ทำไมต้องรู้ให้ชัดว่าเป็นแมลงชนิดไหน
ระยะเวลาการเจริญเติบโตแตกต่างกันไปตามชนิดของแมลง แม้แต่ชนิดที่หน้าตาใกล้เคียงกันมาก ระบุชนิดผิดเมื่อไร อายุที่คำนวณได้ก็ผิดตามทันที
ปัญหาคือการดูด้วยลักษณะภายนอกมีข้อจำกัด เพราะกุญแจอนุกรมวิธานที่มีอยู่ไม่ครอบคลุมทุกระยะการเจริญเติบโต และตัวอย่างที่ชำรุดมักขาดลักษณะสำคัญที่ใช้จำแนก
ทีมวิจัยไทยจึงหันไปใช้ลำดับดีเอ็นเอ งานปี ค.ศ. 2018 ทดสอบยีนไมโทคอนเดรีย COI ความยาว 1247 คู่เบส และ COII ความยาว 635 คู่เบส กับแมลงวันหัวเขียวที่มีความสำคัญทางนิติวิทยาศาสตร์ในประเทศไทยจำนวน 16 ชนิด ครอบคลุมสกุล Chrysomya, Lucilia, Hemipyrellia และ Hypopygiopsis
ผลที่ได้คือ ภายใต้เกณฑ์ Best Match ระบุชนิดถูกต้องร้อยละ 100 ทั้งสองยีน ส่วนเกณฑ์ Best Close Match อยู่ที่ร้อยละ 98.24 สำหรับ COI และร้อยละ 98.01 สำหรับ COII และเกณฑ์ All Species Barcodes อยู่ที่ร้อยละ 94.73 และร้อยละ 94.05 ตามลำดับ ที่สำคัญคือไม่พบการระบุชนิดผิดเลยภายใต้เกณฑ์ทั้งสามแบบของทั้งสองยีน
ที่มา: https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC6315464/
ความร้อนคือตัวแปรที่ขับเคลื่อนทุกอย่าง

แมลงเป็นสัตว์เลือดเย็น อากาศยิ่งร้อน ตัวอ่อนยิ่งโตเร็ว ตารางการเติบโตจึงไม่ใช่ค่าคงที่ แต่ขยับตามอุณหภูมิ
งานวิจัยที่เก็บข้อมูลในจังหวัดเชียงใหม่ระหว่าง ค.ศ. 2000 ถึง 2001 ภายใต้อุณหภูมิและช่วงแสงตามธรรมชาติ พบว่าตัวอ่อนของ Chrysomya megacephala เจริญเร็วที่สุดในเดือนเมษายน โดยเริ่มเข้าระยะดักแด้ที่ 84 ชั่วโมง ที่อุณหภูมิเฉลี่ย 31.4 องศาเซลเซียส และโตช้าลงในฤดูฝนกับฤดูหนาว
ส่วน Chrysomya rufifacies เจริญเร็วในช่วงฤดูร้อน โดยมีระยะเข้าดักแด้สั้นที่สุดที่ 96 ชั่วโมง ในเดือนมิถุนายน ที่อุณหภูมิเฉลี่ย 27.4 องศาเซลเซียส
ตัวเลขสองชุดนี้อธิบายว่าทำไมบันทึกอุณหภูมิ ณ ที่เกิดเหตุจึงเป็นหลักฐานสำคัญพอ ๆ กับตัวหนอน เพราะหนอนขนาดเท่ากันสองตัวอาจมีอายุต่างกันมาก ถ้าตัวหนึ่งโตในเดือนเมษายนที่ร้อนจัด และอีกตัวโตในฤดูฝน
ที่มา: https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/18264799/
บทเรียนสำหรับประเทศไทย
เรื่องนี้ต่างจากหลายเรื่องที่เราเคยเล่า ตรงที่ประเทศไทยมีฐานข้อมูลของตัวเองอยู่แล้ว ทั้งตารางการเติบโตที่วัดในสภาพอากาศไทยจริงที่จังหวัดเชียงใหม่ และฐานลำดับดีเอ็นเอของแมลงวันหัวเขียว 16 ชนิดที่พบในประเทศ
เหตุผลที่ต้องวัดเองสำคัญมาก เพราะเมื่อการเติบโตขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ ค่าที่วัดได้ในสภาพอากาศหนึ่งก็ใช้แทนอีกสภาพอากาศหนึ่งไม่ได้ การหยิบตัวเลขจากตำราต่างประเทศมาใช้กับศพในเมืองไทยจึงเสี่ยงผิดตั้งแต่ต้น
สิ่งที่ผู้ปฏิบัติงานทำได้ทันทีคือเก็บตัวอย่างแมลงและจดบันทึกอุณหภูมิตั้งแต่วันแรกที่พบศพ เพราะข้อมูลอุณหภูมิที่ขาดหายไปไม่มีทางย้อนกลับไปเก็บใหม่ได้
สำหรับผู้อ่านทั่วไป สิ่งที่ใช้ได้จริงมีสองข้อ ข้อแรก ตัวอ่อนแมลงบนศพคือหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ของสกปรกที่ควรกำจัดก่อนเจ้าหน้าที่มาถึง การไม่รบกวนที่เกิดเหตุคือการรักษาหลักฐานชิ้นนั้นไว้
ข้อสอง อย่าเชื่อภาพในละครที่นักนิติเวชมองศพแล้วบอกเวลาตายได้เป๊ะเป็นชั่วโมง สิ่งที่วิทยาศาสตร์ให้ได้จริงคือกรอบเวลาที่ตรวจสอบซ้ำได้ พร้อมคำอธิบายว่าตัวเลขนั้นมาจากไหน ซึ่งมีค่าในชั้นศาลมากกว่าความแม่นยำที่พิสูจน์ไม่ได้
อ้างอิง
Sontigun, N., Sukontason, K. L., Amendt, J., Zajac, B. K., Zehner, R., Sukontason, K., Chareonviriyaphap, T., & Wannasan, A. (2018). Molecular analysis of forensically important blow flies in Thailand. Insects, 9(4), 159. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC6315464/
Sukontason, K., Sukontason, K. L., Vichairat, K., Piangjai, S., Lertthamnongtham, S., Vogtsberger, R. C., & Olson, J. K. (2001). The first documented forensic entomology case in Thailand. Journal of Medical Entomology, 38(5), 746-748. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/11580050/
Sukontason, K., Piangjai, S., Siriwattanarungsee, S., & Sukontason, K. L. (2008). Morphology and developmental rate of blowflies Chrysomya megacephala and Chrysomya rufifacies in Thailand: Application in forensic entomology. Parasitology Research, 102(6), 1207-1216. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/18264799/
ความรู้ที่ดีไม่ควรอยู่แค่ในห้องสมุด แต่ควรถูกใช้เพื่อสร้างโลกที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น
ติดตามเราได้ที่ www.crimesci.com
ติดต่อ info@crimesci.com
#HubofKnowledge #CenterforCrimeScience #CrimeScienceWeekly
#วิทยาการอาชญากรรม #นิติกีฏวิทยา #ForensicEntomology #นิติวิทยาศาสตร์







