Crime Science Weekly | EP.9 | ไฟส่องสว่างกับกล้องวงจรปิด สองมาตรการยอดนิยม ได้ผลจริงแค่ไหน

ธันวาคม 12, 2025

ไฟส่องสว่างกับกล้องวงจรปิด สองมาตรการยอดนิยม ได้ผลจริงแค่ไหน

เวลาชุมชนหนึ่งรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย สิ่งที่ถูกเสนอเป็นอันดับแรกมักมีสองอย่าง คือติดไฟให้สว่างขึ้น กับติดกล้องวงจรปิดเพิ่ม

ทั้งสองอย่างอยู่ภายใต้แนวคิดที่เรียกว่า CPTED หรือการป้องกันอาชญากรรมโดยการออกแบบสภาพแวดล้อม ซึ่งเสนอว่ารูปแบบของเมืองที่สร้างขึ้นสามารถใช้ลดโอกาสในการก่ออาชญากรรมได้

ที่น่าสนใจคือแนวคิดนี้ไม่ได้มีหลักการสี่ข้ออย่างที่มักถูกเล่ากัน งานทบทวนวรรณกรรมในวารสาร Journal of Planning Literature ระบุว่า CPTED ตั้งอยู่บนยุทธศาสตร์หลักเจ็ดข้อ คือการเสริมความเป็นเจ้าของพื้นที่ การเฝ้าระวัง ภาพลักษณ์ของพื้นที่ การควบคุมการเข้าถึง การสนับสนุนกิจกรรมที่ถูกกฎหมาย การทำให้เป้าหมายแข็งแกร่งขึ้น และความสัมพันธ์กับพื้นที่โดยรอบ

คำว่า CPTED ถูกบัญญัติขึ้นโดย C. Ray Jeffery เมื่อ ค.ศ. 1971 โดยมีงานของ Jane Jacobs และ Oscar Newman เป็นรากฐานสำคัญ

"คำถามที่ต้องถามไม่ใช่ว่าแนวคิดนี้ฟังดูมีเหตุผลไหม แต่คือเมื่อวัดผลจริงแล้ว อาชญากรรมลดลงกี่เปอร์เซ็นต์ และลดลงกับอาชญากรรมประเภทไหนบ้าง"

ที่มา: https://prohic.nl/wp-content/uploads/2021/02/166-15feb2021-CPTEDReview.pdf

ไฟส่องสว่างได้ผล แต่ไม่ใช่กับทุกอย่าง

ก่อนจะดูตัวเลข ขออธิบายก่อนว่างานที่จะพูดถึงต่อไปนี้คืองานประเภทไหน

งานทบทวนอย่างเป็นระบบ คือการรวบรวมงานวิจัยทุกชิ้นที่เคยประเมินเรื่องหนึ่งตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ แล้วนำผลของทุกชิ้นมาคำนวณรวมกัน วิธีนี้น่าเชื่อถือกว่าการหยิบงานวิจัยชิ้นเดียวที่ผลออกมาสวยมาสรุป เพราะงานชิ้นเดียวอาจได้ผลแบบนั้นด้วยความบังเอิญ

งานทบทวนไฟส่องสว่างที่ตีพิมพ์เมื่อ ค.ศ. 2022 ครอบคลุมงานวิจัยเกือบห้าสิบปี รวบรวมงานประเมินผลได้ 21 ชิ้น จากสี่ประเทศ คือสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร บราซิล และเกาหลีใต้ ครอบคลุมช่วง ค.ศ. 1974 ถึง 2021

วิธีวัดของงานเหล่านี้คือเทียบพื้นที่ที่ปรับปรุงไฟ กับพื้นที่อีกแห่งที่ไม่ได้ปรับปรุงและมีสภาพใกล้เคียงกัน เรียกว่าพื้นที่เปรียบเทียบ เหตุที่ต้องมีพื้นที่เปรียบเทียบก็เพราะอาชญากรรมขึ้นลงเองได้ตามฤดูกาลและตามภาวะเศรษฐกิจ ถ้าดูแต่พื้นที่ที่ติดไฟอย่างเดียว เราจะแยกไม่ออกว่าที่ลดลงนั้นเป็นเพราะไฟหรือเพราะอย่างอื่น

เมื่อนำผลของงาน 17 ชิ้นมารวมกัน พบว่าอาชญากรรมในพื้นที่ที่ปรับปรุงไฟส่องสว่างลดลงร้อยละ 14 เมื่อเทียบกับพื้นที่เปรียบเทียบ

แต่เมื่อแยกตามประเภทอาชญากรรม ภาพเปลี่ยนไป อาชญากรรมต่อทรัพย์อย่างการลักทรัพย์และการงัดแงะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนอาชญากรรมรุนแรงอย่างการทำร้ายร่างกายไม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเลย

คำว่าไม่มีนัยสำคัญทางสถิติในที่นี้ ไม่ได้แปลว่าตัวเลขเป็นศูนย์ แต่แปลว่าความต่างที่วัดได้นั้นเล็กเกินกว่าจะแยกออกจากความผันผวนตามปกติของตัวเลขอาชญากรรม พูดง่าย ๆ คือยังสรุปไม่ได้ว่ามีผลจริง

ที่มา: https://prohic.nl/wp-content/uploads/2022/05/389-StreetLightingEffectivenessPreventingCrimeSystematicReview.pdf

เรื่องแปลกที่สุดในงานวิจัยไฟส่องสว่าง

ผู้ทบทวนแยกงานวิจัยออกเป็นสองกลุ่มตามวิธีนับ กลุ่มแรกนับอาชญากรรมทั้งกลางวันและกลางคืน กลุ่มที่สองนับเฉพาะกลางคืน

ผลที่ได้สวนความคาดหมายอย่างสิ้นเชิง กลุ่มที่นับทั้งกลางวันและกลางคืน อาชญากรรมลดลงร้อยละ 18 ส่วนกลุ่มที่นับเฉพาะกลางคืน ลดลงเพียงร้อยละ 3 ซึ่งเล็กเกินกว่าจะสรุปได้ว่ามีผลจริง

ลองคิดตามดูว่าทำไมเรื่องนี้ถึงแปลก ถ้าไฟทำงานด้วยการทำให้คนมองเห็นชัดขึ้น ผลก็ควรจะเห็นชัดที่สุดตอนกลางคืน เพราะกลางวันมีแสงอาทิตย์อยู่แล้ว ไฟที่ติดเพิ่มไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลยตอนกลางวัน

แต่ข้อมูลบอกตรงกันข้าม คือการนับรวมกลางวันเข้าไปด้วยกลับทำให้ตัวเลขดีขึ้น ซึ่งแปลว่าอาชญากรรมตอนกลางวันก็ลดลงด้วย ทั้งที่ไฟไม่ได้ส่องแสงในเวลานั้นเลย

ถ้าอาชญากรรมตอนกลางวันลดลงด้วย แสดงว่าสิ่งที่ทำให้ลดลงน่าจะไม่ใช่ตัวแสงสว่างโดยตรง แต่เป็นอย่างอื่นที่มาพร้อมกับการติดไฟ

ผู้ทบทวนจึงเสนอคำอธิบายว่า การที่ทางการเข้ามาติดไฟใหม่ให้ อาจทำให้คนในชุมชนรู้สึกว่าพื้นที่ของตัวเองได้รับการดูแลและน่าภูมิใจขึ้น จนหันมาสอดส่องดูแลกันเองมากขึ้นตลอดทั้งวัน ซึ่งเป็นคำอธิบายที่ครอบคลุมทั้งกลางวันและกลางคืน

ที่มา: https://prohic.nl/wp-content/uploads/2022/05/389-StreetLightingEffectivenessPreventingCrimeSystematicReview.pdf

คำอธิบายอีกแบบที่ตัดทิ้งไม่ได้

สิ่งที่ทำให้งานทบทวนชิ้นนี้น่าเชื่อถือ คือผู้ทบทวนไม่ได้หยุดอยู่แค่คำอธิบายที่ตัวเองชอบ แต่เตือนไว้เองว่ายังมีคำอธิบายอีกแบบที่ตัดทิ้งไม่ได้ และเป็นคำอธิบายที่กลับลำดับเหตุและผลทั้งหมด

คำอธิบายแบบแรกคือ ติดไฟก่อน แล้วชุมชนจึงภูมิใจและช่วยกันดูแล อาชญากรรมจึงลดลง

คำอธิบายแบบที่สองคือ ชุมชนที่เข้มแข็งและใส่ใจพื้นที่ของตัวเองอยู่ก่อนแล้ว คือชุมชนที่รวมตัวกันไปเรียกร้องจนได้ไฟมาติด และชุมชนแบบนั้นก็มีอาชญากรรมต่ำลงอยู่แล้วด้วยเหตุผลอื่น ถ้าเป็นแบบนี้ ไฟไม่ได้เป็นสาเหตุของอาชญากรรมที่ลดลง แต่เป็นผลพลอยได้ของชุมชนที่เข้มแข็งอยู่แล้วต่างหาก

ผู้ทบทวนระบุว่า จากงานส่วนใหญ่ที่รวมไว้ในการทบทวนนี้ ยากที่จะตัดคำอธิบายแบบที่สองออกไปได้

ข้อจำกัดอีกข้อที่ผู้ทบทวนเห็นว่าเร่งด่วนกว่า คือเรื่องการผลักอาชญากรรมไปที่อื่น หมายถึงกรณีที่อาชญากรรมไม่ได้หายไปจริง แต่ย้ายไปเกิดที่ถนนถัดไปซึ่งยังมืดอยู่ ถ้าเป็นเช่นนั้น ตัวเลขในพื้นที่ที่ติดไฟจะดูดีขึ้น ทั้งที่ภาพรวมของเมืองไม่ได้ดีขึ้นเลย

ปัญหาคือในบรรดางานใหม่แปดชิ้น มีเพียงสามชิ้นเท่านั้นที่ตรวจสอบเรื่องนี้ ทำให้ยังตอบไม่ได้ว่าอาชญากรรมที่ลดลงนั้นหายไปจริงหรือแค่ย้ายที่

ที่มา: https://prohic.nl/wp-content/uploads/2022/05/389-StreetLightingEffectivenessPreventingCrimeSystematicReview.pdf

กล้องวงจรปิดได้ผลเฉพาะที่ ไม่ใช่ทุกที่

งานทบทวนอย่างเป็นระบบอีกชิ้นหนึ่ง ตีพิมพ์เมื่อ ค.ศ. 2019 ครอบคลุมงานวิจัยสี่สิบปี คัดงานประเมินผลกล้องวงจรปิดได้ 80 ชิ้น โดย 76 ชิ้นมีข้อมูลครบพอจะนำมารวมคำนวณได้

ผลรวมคือ อาชญากรรมในพื้นที่ที่มีกล้องลดลงประมาณร้อยละ 13 เมื่อเทียบกับพื้นที่เปรียบเทียบ ซึ่งผู้ทบทวนอธิบายว่าเป็นผลในการป้องกันอาชญากรรมที่ไม่มากนัก แต่มีนัยสำคัญ

ตัวเลขร้อยละ 13 นี้เองที่มักถูกยกไปอ้างว่ากล้องได้ผล แต่ตัวเลขรวมแบบนี้คือค่าเฉลี่ยของทุกสถานการณ์ปนกัน เมื่อแยกดูทีละแบบจะเห็นว่ามันได้ผลเฉพาะบางที่เท่านั้น

ที่ได้ผลชัดที่สุดคือลานจอดรถ ซึ่งอาชญากรรมลดลงประมาณร้อยละ 37 จากงานแปดชิ้น

แต่ในย่านใจกลางเมือง ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่มีงานวิจัยมากที่สุดถึง 33 ชิ้น ผลที่ได้เล็กเกินกว่าจะสรุปได้ว่ามีผลจริง เช่นเดียวกับในโครงการที่พักอาศัยรวม และในระบบขนส่งสาธารณะ

เมื่อแยกตามประเภทอาชญากรรม อาชญากรรมรุนแรงจากงาน 29 ชิ้น สรุปไม่ได้ว่ามีผล และความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยจากงานหกชิ้น ก็สรุปไม่ได้เช่นกัน

ข้อที่ควรทำให้สะดุดคือเมื่อแยกตามประเทศ ผลในสหราชอาณาจักรชัดเจน แต่ผลในสหรัฐอเมริกาสรุปไม่ได้ว่ามีผล ซึ่งผู้ทบทวนระบุว่าน่าสังเกตเป็นพิเศษ เพราะการทบทวนครั้งนี้ได้เพิ่มงานประเมินผลจากสหรัฐเข้ามาอีกถึง 20 ชิ้น

สิ่งที่ตัวเลขชุดนี้บอกคือ กล้องไม่ใช่มาตรการที่ใช้ได้ทุกที่เหมือนกันหมด แต่เป็นมาตรการที่ทำงานได้ดีในสภาพแวดล้อมแบบหนึ่ง และแทบไม่ทำงานเลยในอีกแบบหนึ่ง

ที่มา: https://prohic.nl/wp-content/uploads/2020/11/2020-04-01-CCTVReviewPizaetal.2019pdf.pdf

 

สิ่งที่ทำให้กล้องได้ผลหรือไม่ได้ผล

คำถามที่มีประโยชน์กว่าคำถามว่ากล้องได้ผลไหม คือคำถามว่ากล้องแบบไหนได้ผล และงานทบทวนชิ้นนี้ตอบไว้ชัดเจนมาก

เงื่อนไขข้อแรกคือต้องมีคนเฝ้าจอจริง ผู้ทบทวนแยกระบบกล้องออกเป็นสองแบบ แบบแรกคือมีเจ้าหน้าที่นั่งดูภาพสดอยู่จริงและสั่งการได้ทันทีเมื่อเห็นเหตุ แบบที่สองคือติดกล้องไว้บันทึกภาพเฉย ๆ แล้วค่อยไปเปิดดูย้อนหลังเมื่อเกิดเหตุแล้ว

ผลต่างกันชัดมาก ระบบที่มีคนเฝ้าดูอยู่จริง 54 ชิ้น พบว่าอาชญากรรมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนระบบที่ติดไว้เฉย ๆ 11 ชิ้น สรุปไม่ได้ว่ามีผลเลย

เงื่อนไขข้อที่สองคือต้องใช้ร่วมกับมาตรการอื่น โครงการที่ติดกล้องอย่างเดียว 36 ชิ้น สรุปไม่ได้ว่ามีผล โครงการที่ใช้ร่วมกับมาตรการอื่นอีกหนึ่งอย่าง 26 ชิ้น ก็สรุปไม่ได้เช่นกัน แต่โครงการที่ใช้ร่วมกับมาตรการอื่นหลายอย่างพร้อมกัน 14 ชิ้น อาชญากรรมลดลงประมาณร้อยละ 34

ผู้ทบทวนสรุปไว้ตรงตัวว่า ข้อค้นพบนี้เป็นหลักฐานที่คัดค้านการใช้กล้องวงจรปิดเป็นมาตรการเดี่ยว และแทนที่จะพึ่งพาการติดกล้องให้เห็นเด่นชัด หน่วยงานความปลอดภัยสาธารณะควรใช้การเฝ้าติดตามภาพอย่างจริงจัง เพื่อระบุและจัดการเหตุที่น่ากังวลในเชิงรุก

พูดง่าย ๆ คือ กล้องที่ไม่มีคนดูไม่ใช่มาตรการป้องกันอาชญากรรม แต่เป็นเครื่องบันทึกไว้ดูย้อนหลังเท่านั้น

ที่มา: https://prohic.nl/wp-content/uploads/2020/11/2020-04-01-CCTVReviewPizaetal.2019pdf.pdf

 

บทเรียนสำหรับประเทศไทย

กรุงเทพมหานครลงทุนกับเรื่องนี้ไปมากแล้ว ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่งของกรุงเทพมหานคร ระบุเมื่อเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2025 ว่ากล้องวงจรปิดของกรุงเทพมหานครมีจำนวน 65,015 ตัว ติดตั้งอยู่ใน 16,623 จุด และชี้แจงว่างบประมาณ 2.3 พันล้านบาทที่ใช้ไปในช่วงสามปีที่ผ่านมานั้น กว่าร้อยละ 80 เป็นค่าบำรุงรักษา

ที่มา: https://www.nationthailand.com/thailand/bangkok/40052550

เมื่อเอาตัวเลขนี้มาวางคู่กับงานวิจัย จะได้คำถามที่ควรถามสี่ข้อ

ข้อแรก กล้องเหล่านั้นมีคนนั่งเฝ้าดูภาพสดอยู่จริงกี่ตัว เพราะนี่คือตัวแปรที่ชี้ขาดที่สุดในงานวิจัย ระบบที่ติดไว้บันทึกภาพเฉย ๆ ไม่พบว่าลดอาชญากรรมได้

ข้อที่สอง กล้องถูกวางไว้ในจุดที่หลักฐานบอกว่าได้ผลหรือไม่ เพราะผลที่ชัดที่สุดอยู่ที่ลานจอดรถ ส่วนย่านใจกลางเมืองซึ่งเป็นจุดที่คนคาดหวังมากที่สุด กลับสรุปไม่ได้ว่าได้ผล

ข้อที่สาม มีมาตรการอื่นทำควบคู่ไปด้วยหรือไม่ เพราะกล้องที่ใช้เดี่ยว ๆ ไม่พบผล ส่วนกล้องที่ใช้ร่วมกับมาตรการอื่นหลายอย่างให้ผลดีที่สุด

ข้อที่สี่ ถ้าเป้าหมายคือลดอาชญากรรมรุนแรง หลักฐานยังไม่สนับสนุนทั้งกล้องและไฟ เพราะทั้งสองมาตรการสรุปไม่ได้ว่าลดอาชญากรรมรุนแรง สิ่งที่ทั้งคู่ทำได้ดีคืออาชญากรรมต่อทรัพย์

สุดท้าย ยังไม่ปรากฏงานประเมินผลของไทยที่วัดผลของไฟส่องสว่างหรือกล้องวงจรปิดต่ออาชญากรรมจริงอย่างเป็นระบบ และในงานทบทวนทั้งสองชิ้นที่กล่าวถึงข้างต้น ก็ไม่มีงานจากประเทศไทยรวมอยู่เลยแม้แต่ชิ้นเดียว

นี่คือช่องว่างที่แก้ได้ไม่ยาก เพราะเมื่อมีการติดตั้งเพิ่มในพื้นที่หนึ่ง สิ่งที่ต้องทำมีเพียงเก็บตัวเลขอาชญากรรมของพื้นที่นั้นไว้ทั้งก่อนและหลังติดตั้ง แล้วเทียบกับพื้นที่ใกล้เคียงที่มีสภาพคล้ายกันแต่ยังไม่ได้ติดตั้ง เท่านี้ก็พอจะบอกได้แล้วว่าเงินที่ลงไปให้ผลอะไรกลับมาบ้าง

อ้างอิง

Cozens, P., & Love, T. (2015). A review and current status of Crime Prevention Through Environmental Design (CPTED). Journal of Planning Literature, 30(4), 393-412. https://prohic.nl/wp-content/uploads/2021/02/166-15feb2021-CPTEDReview.pdf

Nation Thailand. (2025, July 12). Bangkok defends 2.3 billion baht CCTV spending, says over 80% went on maintenancehttps://www.nationthailand.com/thailand/bangkok/40052550

Piza, E. L., Welsh, B. C., Farrington, D. P., & Thomas, A. L. (2019). CCTV surveillance for crime prevention: A 40-year systematic review with meta-analysis. Criminology & Public Policy, 18(1), 135-159. https://prohic.nl/wp-content/uploads/2020/11/2020-04-01-CCTVReviewPizaetal.2019pdf.pdf

Welsh, B. C., Farrington, D. P., & Douglas, S. (2022). The impact and policy relevance of street lighting for crime prevention: A systematic review based on a half-century of evaluation research. Criminology & Public Policyhttps://prohic.nl/wp-content/uploads/2022/05/389-StreetLightingEffectivenessPreventingCrimeSystematicReview.pdf

ความรู้ที่ดีไม่ควรอยู่แค่ในห้องสมุด แต่ควรถูกใช้เพื่อสร้างโลกที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

ติดตามเราได้ที่ www.crimesci.com

ติดต่อ info@crimesci.com

#HubofKnowledge #CenterforCrimeScience #CrimeScienceWeekly

#วิทยาการอาชญากรรม #CPTED #กล้องวงจรปิด #เมืองปลอดภัย