Crime Science Weekly | EP.19 | ให้คนอื่นยืมบัญชีธนาคาร มีโทษจำคุกสามปี

กรกฎาคม 10, 2026

ให้คนอื่นยืมบัญชีธนาคาร มีโทษจำคุกสามปี

บัญชีม้า คือบัญชีธนาคารที่เปิดไว้ในชื่อของคนหนึ่ง แล้วยกให้อีกคนเอาไปใช้รับโอนเงิน โดยเจ้าของชื่อไม่ได้ใช้บัญชีนั้นเอง คนร้ายต้องการบัญชีแบบนี้เพราะเงินที่หลอกมาได้ต้องวิ่งผ่านหลายบัญชีเพื่อตัดรอยก่อนจะถูกถอนออกไป ซิมม้าทำงานแบบเดียวกัน ต่างกันแค่เป็นเบอร์โทรศัพท์แทนบัญชี

หลายคนยังเข้าใจว่าการให้ยืมบัญชีเป็นเรื่องเล็ก เพราะตัวเองไม่ได้ไปหลอกใคร แต่ประเทศไทยมีกฎหมายเฉพาะที่กำหนดโทษเรื่องนี้ไว้ชัดเจนมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 แล้ว

"ให้ยืมบัญชีครั้งเดียว โทษจำคุกไม่เกินสามปี"

พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2566 มาตรา 9 กำหนดว่า ผู้ใดเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนเอง หรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้เลขหมายโทรศัพท์ของตน ทั้งที่รู้หรือควรรู้ว่าจะถูกนำไปใช้ก่ออาชญากรรม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

จุดที่ควรอ่านให้ละเอียดคือคำว่า รู้หรือควรรู้ กฎหมายไม่ได้เรียกร้องให้พิสูจน์ว่าเจ้าของบัญชีร่วมวางแผนหลอกลวง เพียงแค่อยู่ในวิสัยที่ควรรู้ก็เข้าข่ายแล้ว การอ้างว่าไม่รู้ว่าเขาเอาไปทำอะไรจึงไม่ใช่เกราะป้องกันอย่างที่หลายคนเข้าใจ

ส่วนคนที่รับจ้างหาบัญชี ประกาศรับซื้อ หรือเป็นนายหน้าซื้อขายบัญชีและซิม โทษหนักกว่านั้นอีกขั้น คือจำคุกตั้งแต่สองปีถึงห้าปี หรือปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 10 และมาตรา 11

ที่มา: https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/140A018N0000000000100.pdf

 

ต่อมาในปี พ.ศ. 2568 มีการออกพระราชกำหนดฉบับที่ 2 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2568 และมีผลบังคับใช้วันถัดมา สาระสำคัญที่เปลี่ยนภาพทั้งระบบอยู่ในมาตรา 8/10 ซึ่งกำหนดให้สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ ผู้ให้บริการโทรคมนาคม และผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ มีส่วนร่วมรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าได้ปฏิบัติตามมาตรฐานที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนดไว้แล้ว

นี่คือการย้ายภาระการพิสูจน์ จากเดิมที่ผู้เสียหายต้องไล่ตามเงินของตัวเอง มาเป็นผู้ให้บริการต้องแสดงให้เห็นว่าตนทำตามมาตรฐานครบถ้วน ฉบับที่ 2 ยังเพิ่มความผิดใหม่เรื่องการลงทะเบียนซิมโดยมิชอบ และการนำข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่นหรือของผู้เสียชีวิตไปใช้เปิดบัญชีหรือลงทะเบียนซิม

ที่มา: https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/67320.pdf

ปัญหานี้ใหญ่แค่ไหน

ธนาคารแห่งประเทศไทยเผยแพร่ตารางจำนวนบัญชีม้าที่ถูกระงับสะสม โดยข้อมูลถึงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 อยู่ที่ 3,367,093 บัญชี

ตัวเลขนี้รวมข้อมูลจากสามแหล่ง คือข้อมูลจากสำนักงาน ปปง. ซึ่งนับสะสมตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2566 ข้อมูลจากระบบ Central Fraud Registry และข้อมูลจากสถาบันการเงิน 17 แห่ง ซึ่งทั้งสองส่วนหลังนับสะสมตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2567

ระบบ Central Fraud Registry คือฐานข้อมูลกลางที่ให้ธนาคารทุกแห่งเห็นบัญชีต้องสงสัยร่วมกัน เมื่อบัญชีหนึ่งถูกแจ้ง ธนาคารอื่นจะระงับช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ของบัญชีนั้นตามไปด้วย ไม่ใช่ระงับเฉพาะธนาคารที่รับแจ้ง

ที่มา: https://www.bot.or.th/th/fraud/mule-suspend.html

 

สิ่งที่คนทั่วไปควรรู้

สิ่งที่ควรจำมี 3 ข้อคือ 

  1. บัญชีธนาคารและซิมโทรศัพท์เป็นของเฉพาะตัว ไม่ควรให้ใครยืมไม่ว่าจะสนิทแค่ไหน และไม่ควรเปิดบัญชีให้ใครโดยรับค่าตอบแทน เพราะกฎหมายเอาผิดที่การยินยอมให้ใช้ ไม่ได้รอให้เกิดความเสียหายก่อน
  2. คำชวนที่ว่างานง่าย รายได้ดี แค่ขอใช้บัญชีรับเงินหมุน คือรูปแบบการชักชวนที่พบบ่อยที่สุด ผู้ถูกชวนมักคิดว่าตัวเองเป็นลูกจ้าง แต่ในทางกฎหมายคือผู้ที่ยินยอมให้ใช้บัญชี ซึ่งเป็นผู้กระทำความผิดตามมาตรา 9
  3. หากตกเป็นผู้เสียหายจากการหลอกลวงออนไลน์ ให้โทรแจ้งสายด่วน 1441 ให้เร็วที่สุด เพราะยิ่งแจ้งเร็ว โอกาสที่ระบบจะระงับเส้นทางเงินได้ทันก็ยิ่งสูง

กฎหมายฉบับนี้บอกอะไรบางอย่างที่กว้างกว่าตัวบท คือการป้องกันอาชญากรรมสมัยใหม่ไม่ได้จบที่การจับคนหลอก แต่อยู่ที่การทำให้เครื่องมือที่คนหลอกต้องใช้นั้นหายากขึ้น และเมื่อบัญชีกับซิมคือเครื่องมือ การไม่ให้ยืมบัญชีจึงเป็นมาตรการป้องกันอาชญากรรมที่ทุกคนลงมือทำได้ทันทีโดยไม่ต้องรอใคร

อ้างอิง

ธนาคารแห่งประเทศไทย. (2568). การระงับ "บัญชีม้า" ตัดวงจรมิจฉาชีพhttps://www.bot.or.th/th/fraud/mule-suspend.html

พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566. (2566, 16 มีนาคม). ราชกิจจานุเบกษา, เล่ม 140 ตอนที่ 18 ก, หน้า 1-7. https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/140A018N0000000000100.pdf

พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568. (2568, 12 เมษายน). ราชกิจจานุเบกษา, เล่ม 142 ตอนที่ 27 ก, หน้า 5. https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/67320.pdf

ความรู้ที่ดีไม่ควรอยู่แค่ในห้องสมุด แต่ควรถูกใช้เพื่อสร้างโลกที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

ติดตามเราได้ที่ www.crimesci.com

ติดต่อ info@crimesci.com

#HubofKnowledge #CenterforCrimeScience #CrimeScienceWeekly

#วิทยาการอาชญากรรม #บัญชีม้า #อาชญากรรมออนไลน์ #MuleAccount