ผลของซีรีส์สารคดีอาชญากรรมจริงต่อการแจ้งความคดี Romance Scam ต่อตำรวจ

พฤศจิกายน 3, 2025

Romance Scam คือการที่บุคคลถูกหลอกลวงเพื่อผลประโยชน์ทางการเงินโดยผู้ที่เหยื่อเชื่อว่าเป็นคู่รักของตน และยังคงมีการแจ้งความต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างมีนัยสำคัญ งานวิจัยนี้วิเคราะห์จำนวนคดีรายเดือนที่แจ้งต่อ Action Fraud ในสหราชอาณาจักรระหว่างเดือนเมษายน 2014 ถึงมกราคม 2024 เทียบกับวันเผยแพร่ของซีรีส์สารคดีอาชญากรรมจริงที่มีผู้ชมจำนวนมาก 5 เรื่อง ข่าวหนังสือพิมพ์จาก LexisNexis และปริมาณการค้นหาจาก Google Trends แบบจำลอง GEE Poisson แสดงว่าในเดือนที่มีการเผยแพร่ซีรีส์สารคดี จำนวนคดีที่แจ้งความเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยร้อยละ 13 แต่การเพิ่มขึ้นนี้ไม่คงอยู่ เพราะขนาดของผลอ่อนลงเฉลี่ยเดือนละร้อยละ 14 นับจากเดือนที่เผยแพร่ ขณะที่การรายงานข่าวและการค้นหาออนไลน์ไม่มีผลที่วัดได้ต่อความสัมพันธ์นี้

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

- ประเมินว่าการนำเสนอเรื่อง Romance Scam ทางโทรทัศน์สัมพันธ์กับจำนวนคดีรายเดือนที่แจ้งต่อตำรวจหรือไม่

- ทดสอบว่ายอดแจ้งความที่เพิ่มขึ้นนั้นมาจากตัวซีรีส์สารคดีเอง หรือมาจากปริมาณข่าวหนังสือพิมพ์และการค้นหาใน Google ที่เพิ่มขึ้นตามมา

- พิจารณาว่าผลของการนำเสนอคงอยู่ต่อเนื่องหรืออ่อนลงหลังการเผยแพร่

- เปรียบเทียบรายการทั้ง 5 เรื่องเป็นรายเรื่อง

วิธีการศึกษา

- จำนวนคดีรายเดือนที่แจ้งต่อ Action Fraud ระหว่างเมษายน 2014 ถึงมกราคม 2024 รวม 118 หน่วยสังเกต นำมาจาก NFIB Fraud and Cybercrime Dashboard และเสริมช่องว่างด้วยการขอข้อมูลตามกฎหมายเสรีภาพทางข้อมูลจาก City of London Police

- การสืบค้นบน Netflix, BBC iPlayer, Amazon Prime และ Apple TV ได้รายการเบื้องต้น 23 เรื่อง มี 5 เรื่องที่เข้าเกณฑ์ ได้แก่ เผยแพร่ในช่วงที่ศึกษา มี Romance Scam เป็นแก่นเรื่อง และมีรีวิวบน IMDb มากกว่า 1,000 รายการ ซึ่งใช้เป็นตัวแทนวัดการมีส่วนร่วมของผู้ชมเนื่องจากไม่มีตัวเลขยอดผู้ชมที่แน่นอน

- การรายงานข่าววัดจากจำนวนบทความหนังสือพิมพ์ในสหราชอาณาจักรรายเดือนจาก LexisNexis ส่วนความสนใจของสาธารณะวัดจากปริมาณการค้นหาใน Google Trends ที่ปรับมาตรฐานแล้วด้วยคำค้นชุดเดียวกัน

- ใช้แบบจำลอง GEE Poisson ที่มีโครงสร้าง AR(1) ควบคุมแนวโน้มตามเวลา ฤดูกาล และช่วงล็อกดาวน์โควิด-19 ของสหราชอาณาจักร พร้อมพจน์ปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรซีรีส์สารคดีกับเวลา เพื่อวัดว่าผลอ่อนลงเร็วเพียงใด

- ใช้การถดถอย Negative Binomial เป็นการวิเคราะห์ความไวต่อภาวะการกระจายเกิน (overdispersion) และเปิดเผยข้อมูลกับโค้ด R บน GitHub

ข้อค้นพบสำคัญ

- เมื่อพิจารณารวมกัน ในเดือนที่เผยแพร่ซีรีส์สารคดี จำนวนคดีที่แจ้งความเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยร้อยละ 13 (IRR = 1.13, p = 0.007) แต่ขนาดของการเพิ่มขึ้นนี้อ่อนลงเฉลี่ยเดือนละร้อยละ 14 นับจากเดือนที่เผยแพร่ (IRR = 0.86, p < 0.001) ผลจึงมีอยู่จริงแต่ไม่ยืนยาว

- เมื่อพิจารณารายเรื่อง Dirty John, Love Fraud และ The Puppet Master สัมพันธ์กับการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญร้อยละ 6, 24 และ 9 ตามลำดับ โดยขนาดของการเพิ่มขึ้นอ่อนลงเดือนละร้อยละ 8, 20 และ 13 ตามลำดับ ส่วน The Tinder Swindler และ Bad Vegan ไม่พบความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญ

- ผู้วิจัยเสนอคำอธิบายไว้ 2 ข้อ ข้อแรกซึ่งระบุว่ามีโอกาสเป็นไปได้มากที่สุด คือสามเรื่องแรกส่งผลต่อการรับรู้และอารมณ์ของผู้ชมมากกว่าเพราะเผยแพร่ก่อน จึงช่วยสร้างความตระหนักต่อประเด็นที่ก่อนหน้านั้นยังไม่เป็นที่รับรู้มากนัก ทั้งที่สองเรื่องหลังได้รับความสนใจมากกว่า Love Fraud และ The Puppet Master เมื่อวัดจากจำนวนรีวิวบน IMDb

- คำอธิบายข้อที่สองซึ่งผู้วิจัยระบุว่ามีโอกาสน้อยกว่าและพิสูจน์ได้ยากกว่า คือผลของคดีในสองเรื่องหลังอาจถูกมองว่าเป็นผลดีต่อผู้เสียหายน้อยกว่า โดยผู้กระทำผิดใน Dirty John, Love Fraud และ The Puppet Master เสียชีวิตหรือถูกจำคุกจากคดีที่ปรากฏในรายการ ขณะที่ผู้กระทำผิดใน The Tinder Swindler ไม่เคยถูกดำเนินคดีจากการฉ้อโกงที่ปรากฏในรายการ และใน Bad Vegan ทั้งผู้กระทำผิดและผู้เสียหายถูกพิพากษาจำคุก

- เมื่อใส่จำนวนข่าวหนังสือพิมพ์และการค้นหาผ่าน Google เข้าไปในแบบจำลอง ผลของซีรีส์สารคดียังคงอยู่ (แบบจำลองที่ 4: IRR = 1.12, p = 0.016) ขณะที่ทั้งสองตัวแปรไม่มีนัยสำคัญ และไม่ได้ทำให้ผลของซีรีส์สารคดีแรงขึ้นหรืออ่อนลง ผู้วิจัยจึงระบุว่าผลที่พบเกิดจากการรับชมรายการโดยตรง และผลกระทบทางภาพและอารมณ์ของรายการเพียงลำพังอาจเพียงพอต่อการมีอิทธิพลต่อการขอความช่วยเหลือและการแจ้งความ

- จำนวนคดีที่แจ้งความเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงที่ศึกษา โดยมีจุดสูงเด่นในเดือนมีนาคม 2021 ที่ 901 คดี และมีจุดสูงอื่นตามมาในภายหลัง ส่วนช่วงล็อกดาวน์สัมพันธ์กับการเพิ่มขึ้นร้อยละ 4

ข้อเสนอแนะ

- ผู้วิจัยระบุว่าการเข้าใจความสัมพันธ์นี้ให้ลึกขึ้นอาจมีความสำคัญต่อการกำหนดทั้งแนวทางการผลิตสื่อและยุทธศาสตร์การสร้างความตระหนักของสาธารณะ เพราะอาจทำให้ผู้เสียหายกล้าออกมาแจ้งความในคดีที่ปกติไม่ปรากฏ

- งานวิจัยต่อไปควรศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างเนื้อหาเฉพาะในรายการกับพฤติกรรมการแจ้งความ โดยระบุว่าสารหรือแก่นเรื่องแบบใดที่ทำให้การแจ้งความเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับแบบที่ไม่ทำให้เพิ่ม

- งานวิจัยต่อไปควรตรวจสอบว่าซีรีส์สารคดีอาชญากรรมจริงที่เน้นอาชญากรรมประเภทอื่น เช่น ความรุนแรงทางเพศหรือการพยายามฆ่า นำไปสู่การแจ้งความที่เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกันหรือไม่

- การสำรวจผู้เสียหายคดีฉ้อโกงจะช่วยให้เข้าใจกลไกที่เชื่อมโยงการนำเสนออาชญากรรมผ่านสื่อเข้ากับการแจ้งความ

ประเด็นสำคัญที่ควรจดจำ (Key Takeaways)

- ซีรีส์สารคดีอาชญากรรมจริงที่มีผู้ชมจำนวนมากตามมาด้วยการเพิ่มขึ้นของการแจ้งความคดี Romance Scam ในสหราชอาณาจักรอย่างวัดได้ แต่เป็นเพียงชั่วคราว เพราะขนาดของผลอ่อนลงทุกเดือนหลังการเผยแพร่

- คำอธิบายที่ผู้วิจัยให้น้ำหนักคือความใหม่ของประเด็น มิใช่ขนาดการเข้าถึง โดยรายการ 3 เรื่องแรกเป็นกลุ่มที่ให้ผลอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนอีก 2 เรื่องที่เผยแพร่ทีหลังไม่พบผลดังกล่าว

- สำหรับประเทศไทยและอาเซียน รูปแบบการศึกษานี้ทำซ้ำได้ แม้ผลการศึกษาจะเป็นบริบทเฉพาะของสหราชอาณาจักร

เอกสารอ้างอิง

Grant, S., & Buil-Gil, D. (2025). The effect of true crime docuseries on romance fraud reporting to the police. Crime Science, 14, Article 1. https://doi.org/10.1186/s40163-025-00244-y

อ่านฉบับเต็ม (Open Access): https://link.springer.com/article/10.1186/s40163-025-00244-y