ผู้ค้ามนุษย์ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งการลงประกาศรับสมัครงานปลอม การสร้างความสัมพันธ์ลวง การใช้โปรไฟล์ปลอม และการถ่ายทอดวิดีโอสด เพื่อล่อลวง ชักชวน เคลื่อนย้าย และแสวงหาประโยชน์จากผู้เสียหายโดยอาศัยอินเทอร์เน็ต สมาร์ตโฟน และแพลตฟอร์มอย่าง Facebook และ WhatsApp สิ่งนี้เปิดโอกาสใหม่ให้ผู้ค้ามนุษย์ ซึ่งสร้างความท้าทายใหม่ให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายไปพร้อมๆ กัน แต่บทบาทของเทคโนโลยีในการค้ามนุษย์ในประเทศปากีสถานยังไม่เคยถูกศึกษาทางวิชาการด้วยข้อมูลปฐมภูมิหรือทุติยภูมิมาก่อน งานวิจัยเชิงคุณภาพชิ้นนี้จึงสัมภาษณ์ผู้เสียหายที่เป็นผู้ใหญ่จำนวน 13 ราย ใน 2 จังหวัดของปากีสถาน คือ ปัญจาบ และไคเบอร์ปัคตูนควา โดยใช้แนวทางปรากฏการณ์วิทยา ซึ่งมุ่งสำรวจเรื่องราวชีวิตและประสบการณ์ตรงของผู้คนภายใต้เงื่อนไขหนึ่ง ๆ ร่วมกับการสัมภาษณ์เชิงลึกแบบพบหน้า ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2023 ถึงมกราคม 2024 การวิเคราะห์แก่นสาระตามแนวทางของ Braun และ Clarke ให้ผลเป็นแก่นสาระหลัก 4 ประการ ซึ่งไล่ตามลำดับเหตุการณ์ที่ผู้เสียหายเผชิญ ได้แก่ วิธีการชักชวนเข้าสู่ขบวนการ กระบวนการเคลื่อนย้าย กระบวนการแสวงหาประโยชน์ และผลกระทบต่อสุขภาพจิต พร้อมแก่นสาระย่อย 10 ประการ คณะผู้วิจัยสรุปว่าผู้ค้ามนุษย์ใช้เทคโนโลยีอย่างกว้างขวางในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การติดต่อครั้งแรกไปจนถึงการส่งวิดีโอไปเรียกเงินจากครอบครัวของผู้เสียหาย
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
- ศึกษาประสบการณ์ตรงของผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ในปากีสถาน และบทบาทของเทคโนโลยีในการตกเป็นผู้เสียหาย
- ระบุวิธีที่ผู้ค้ามนุษย์ใช้อินเทอร์เน็ต โทรศัพท์มือถือ และสื่อสังคมออนไลน์ ในขั้นการชักชวน การเคลื่อนย้าย และการแสวงหาประโยชน์
- บันทึกผลกระทบต่อสุขภาพจิตของผู้เสียหาย และพฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์ภายหลังเหตุการณ์
- จัดทำหลักฐานเชิงประจักษ์ให้แก่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ฝ่ายนิติบัญญัติ ผู้กำหนดนโยบาย และภาคประชาสังคม และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 ข้อ 8.7, 5.2, 16.2 และ 17.6
วิธีการศึกษา
- การวิจัยเชิงคุณภาพแบบปรากฏการณ์วิทยา รายงานตามแนวทาง COREQ ดำเนินการในจังหวัดปัญจาบและไคเบอร์ปัคตูนควา ซึ่งมีรายงานว่าเป็นพื้นที่ที่มีการค้ามนุษย์หนาแน่น
- การเลือกตัวอย่างแบบเจาะจงร่วมกับแบบลูกโซ่ ติดต่อผู้เสียหาย 29 ราย ผ่านหน่วยงานความมั่นคงและเครือข่ายชุมชน มี 17 รายที่เข้าเกณฑ์การตกเป็นผู้เสียหายผ่านเทคโนโลยี และ 13 รายเข้าร่วม
- การสัมภาษณ์แบบพบหน้าโดยผู้เขียนคนแรก ระหว่างวันที่ 4 พฤศจิกายน 2566 ถึง 22 มกราคม 2567 ครั้งละ 60 ถึง 90 นาที บันทึกเสียงโดยได้รับความยินยอม
- แนวคำถามสัมภาษณ์ผ่านการตรวจสอบความตรงโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการค้ามนุษย์ชาวปากีสถาน และการสัมภาษณ์นำร่อง เก็บข้อมูลจนถึงจุดอิ่มตัว
- การวิเคราะห์แก่นสาระ 6 ขั้นตอนตามแนวทางของ Braun และ Clarke ผ่านการรับรองจริยธรรมการวิจัยเลขที่ UKM PPI/111/8/JEP-2023-680
ข้อค้นพบสำคัญ
- ผู้ให้ข้อมูลเป็นชาย 11 ราย หญิง 2 ราย และ 8 รายระบุว่าตกเป็นผู้เสียหายในช่วงอายุ 19 ถึง 25 ปี
- แรงจูงใจทางการเงินเป็นปัจจัยหลักของการถูกชักชวนสำหรับผู้ให้ข้อมูล 10 รายจาก 13 ราย และหลายรายระบุถึงคนใกล้ชิด ได้แก่ ญาติ เพื่อนบ้าน เพื่อน และแม่เลี้ยง
- ผู้ให้ข้อมูลจำนวนมากระบุว่า Facebook, WhatsApp และประกาศรับสมัครงานปลอม มีบทบาทสำคัญในการชักชวน บางรายเล่าว่าติดต่อครั้งแรกทาง Facebook ก่อนย้ายไปสนทนาทาง WhatsApp
- ผู้ให้ข้อมูล 11 รายถูกเคลื่อนย้ายด้วยรถโดยสารและรถยนต์ในท้องถิ่น และ 7 รายถูกเคลื่อนย้ายจากไคเบอร์ปัคตูนควา ปัญจาบ และอิสลามาบัด ไปยังเมืองเควตตา แล้วต่อไปยังชายแดนตัฟตันซึ่งติดกับอิหร่าน โดยใช้ WhatsApp ในการติดต่อสื่อสาร ส่งตำแหน่งแบบเรียลไทม์ และส่งภาพถ่ายเพื่อยืนยันตัวบุคคล
- ในขั้นแสวงหาประโยชน์ ผู้ค้ามนุษย์ยึดหนังสือเดินทาง บังคับใช้แรงงานค่าจ้างต่ำ ซื้อขายผู้เสียหาย บังคับค้าประเวณี และส่งคลิปวิดีโอการทำร้ายและวิดีโอคอลไปยังครอบครัวเพื่อเรียกเงิน
- ผู้ให้ข้อมูลรายงานอาการหวาดกลัว การนอนหลับผิดปกติ ปัญหาด้านความจำ และความคิดฆ่าตัวตาย แต่ส่วนใหญ่ยังคงใช้สื่อสังคมออนไลน์อยู่และพฤติกรรมไม่เปลี่ยนแปลง โดยระบุว่าเป็นสิ่งสำคัญและประหยัดค่าใช้จ่าย
ข้อเสนอแนะ
- หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายควรเสริมขีดความสามารถในการสืบสวนบน Facebook ซึ่งผู้เสียหายระบุถึงในขั้นการชักชวน และบน WhatsApp ซึ่งถูกกล่าวถึงทั้งในขั้นการชักชวน การเดินทาง และการแสวงหาประโยชน์
- ฝ่ายนิติบัญญัติและผู้กำหนดนโยบายควรยกระดับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเว็บไซต์และแอปพลิเคชันที่ถูกใช้ในการค้ามนุษย์ ซึ่งคณะผู้วิจัยเห็นว่าช่วยยกระดับงานสืบสวน
- แนวทางการป้องกันควรคำนึงถึงการชักชวนโดยญาติ เพื่อนบ้าน และเพื่อน ไม่ใช่เฉพาะคนแปลกหน้า
- ควรมีการวิจัยเพิ่มเติมนอกเหนือจาก 2 จังหวัดที่ศึกษา
ประเด็นสำคัญที่ควรจดจำ (Key Takeaways)
- เทคโนโลยีปรากฏอยู่ในทุกขั้นตอนที่ผู้เสียหายกลุ่มนี้บอกเล่า ตั้งแต่การติดต่อครั้งแรกจนถึงการเรียกเงิน ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการชักชวนทางออนไลน์
- การที่ผู้เสียหายยังคงใช้สื่อสังคมออนไลน์ต่อไปหลังเหตุการณ์ ชี้ว่าคำแนะนำให้เลิกใช้แพลตฟอร์มเหล่านี้อาจไม่ได้รับการปฏิบัติตาม การส่งเสริมการใช้อย่างปลอดภัยจึงเป็นไปได้มากกว่า
- ผลการศึกษานี้ครอบคลุมเฉพาะประเทศปากีสถาน แต่รูปแบบการชักชวนผ่าน Facebook และ WhatsApp ประกาศงานปลอม และการเคลื่อนย้ายด้วยระบบขนส่งท้องถิ่น มีความเกี่ยวข้องกับประเทศไทยและอาเซียน
เอกสารอ้างอิง
Khan, Z., Kamaluddin, M. R., Manap, J., Rajaratnam, S., Mohd, M., Chong, I. M., Yousaf, F. N., & Subardjo, R. Y. S. (2025). Exploring the role of technology in human trafficking in Pakistan: A qualitative study of lived experiences of victims. PLOS ONE, 20(3), Article e0320088. https://doi.org/10.1371/journal.pone.0320088
อ่านฉบับเต็ม (Open Access): https://journals.plos.org/plosone/article?id=10.1371/journal.pone.0320088







