อาชญากรรมรุนแรงในเมืองหนึ่งไม่ได้กระจายทั่วทั้งเมือง แต่กระจุกตัวอยู่ในพื้นที่เล็ก ๆ จำนวนไม่มาก แนวทางที่เรียกว่า hot spots policing จึงวางกำลังตำรวจเข้าไปเฝ้าเฉพาะจุดเหล่านั้น ซึ่งมีหลักฐานสะสมราวสามสิบปียืนยันว่าลดอาชญากรรมในจุดที่เข้าไปเฝ้าได้จริง แต่คำถามที่ยังไม่มีใครตอบคือ การลดอาชญากรรมในพื้นที่เล็ก ๆ เหล่านั้นจะทำให้ตัวเลขอาชญากรรมของทั้งเมืองลดลงตามไปด้วยหรือไม่ ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ควรคาดหวังโดยอัตโนมัติ เพราะพื้นที่ที่เข้าไปจัดการเป็นเพียงเศษเสี้ยวของเมืองทั้งเมือง งานวิจัยนี้ใช้ข้อมูลอาชญากรรมรุนแรงเจ็ดปีจากสามเมืองใหญ่ในรัฐเทกซัส โดยดัลลัสดำเนินแผนลดอาชญากรรมรุนแรงทั่วเมืองด้วยวิธี hot spots policing เป็นเวลาสองปี ส่วนฟอร์ตเวิร์ธและอาร์ลิงตันซึ่งอยู่ในเขตมหานครเดียวกันและไม่ได้ดำเนินมาตรการเทียบเท่า ถูกใช้เป็นเมืองเปรียบเทียบ ผู้วิจัยวิเคราะห์ด้วยวิธี interrupted time series ซึ่งเปรียบเทียบแนวโน้มของข้อมูลก่อนและหลังจุดที่เริ่มมาตรการ ผลปรากฏว่าดัลลัสมีอาชญากรรมรุนแรงลดลงอย่างมีนัยสำคัญทันทีที่เริ่มมาตรการ ขณะที่อีกสองเมืองไม่เป็นเช่นนั้น
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
- ตอบคำถามที่วรรณกรรมที่ผ่านมายังไม่ได้ตอบ ว่าการลดอาชญากรรมเฉพาะจุดด้วย hot spots policing ส่งผลให้อัตราอาชญากรรมของทั้งเมืองลดลงด้วยหรือไม่
- เปรียบเทียบแนวโน้มอาชญากรรมรุนแรงของเมืองที่ดำเนินมาตรการกับเมืองที่ไม่ได้ดำเนินมาตรการในเขตมหานครเดียวกัน
- แยกผลของมาตรการออกจากแนวโน้มอาชญากรรมที่เกิดขึ้นอยู่แล้วและจากผลกระทบของการระบาดโควิด-19
- ตรวจสอบว่าการลดลงของทั้งเมืองมาจากพื้นที่ที่เข้าไปจัดการจริงหรือไม่ โดยเทียบพื้นที่ที่ได้รับมาตรการกับพื้นที่ที่ไม่ได้รับ
วิธีการศึกษา
- ข้อมูลคดีฆาตกรรม ทำร้ายร่างกายสาหัส และชิงทรัพย์ ในดัลลัส ฟอร์ตเวิร์ธ และอาร์ลิงตัน ระหว่างพฤษภาคม 2016 ถึงเมษายน 2023 รวม 84 เดือน โดยตัดเดือนกุมภาพันธ์ 2021 ออกเพราะทั้งสามเมืองมีคดีต่ำผิดปกติจากพายุฤดูหนาวรุนแรง เหลือ 83 เดือน แบ่งเป็นก่อนมาตรการ 59 เดือนและหลังมาตรการ 24 เดือน
- มีการคัดคดีทำร้ายร่างกายสาหัสบางประเภทออกจากข้อมูลของดัลลัสและอาร์ลิงตัน เนื่องจากมาตรการไม่ได้ออกแบบมาเพื่อจัดการความรุนแรงในครอบครัว ส่วนข้อมูลของฟอร์ตเวิร์ธแยกประเภทนี้ไม่ได้ จึงเป็นเมืองเดียวที่รวมคดีความรุนแรงในครอบครัวไว้ด้วย
- ดัลลัสเริ่มแผนลดอาชญากรรมรุนแรงในเดือนพฤษภาคม 2021 ภายใต้ผู้บัญชาการตำรวจคนใหม่ โดยแบ่งพื้นที่ทั้งเมืองเป็นตารางกริดขนาด 330 x 330 ฟุต หรือราวความยาวสนามฟุตบอลอเมริกันด้านละหนึ่งสนาม ได้กริดทั้งหมด 101,103 กริด
- การวิเคราะห์ก่อนเริ่มมาตรการพบว่ากริดไม่ถึง 6,000 กริดจากทั้งหมด 101,103 กริด เป็นที่เกิดของอาชญากรรมรุนแรงทั้งหมดในเมือง และในแต่ละช่วงเวลามีกริดเพียง 50 ถึง 60 กริดที่คิดเป็นร้อยละ 8 ถึง 10 ของอาชญากรรมรุนแรงทั้งเมือง โดยกริดกลุ่มนี้เปลี่ยนหน้าไปทุก 60 วัน
- แต่ละรอบมาตรการจึงเข้าจัดการ 50 ถึง 60 กริด รอบแรกยาว 90 วัน แล้วลดเหลือ 60 วันเมื่อพบว่าผลส่วนใหญ่เกิดใน 60 วันแรก รวมทั้งสิ้น 313 กริดระหว่างพฤษภาคม 2021 ถึงธันวาคม 2023 โดยวัดความสม่ำเสมอในการปฏิบัติจากการที่เจ้าหน้าที่อยู่ในกริดที่ถูกต้องในชั่วโมงที่ถูกต้อง ซึ่งอยู่ระหว่างร้อยละ 62 ถึง 89 เฉลี่ยราวร้อยละ 80
- วิเคราะห์ด้วย interrupted time series analysis (ITSA) พร้อมการปรับค่าแบบ Newey-West เพื่อจัดการปัญหาสหสัมพันธ์ในอนุกรมเวลา
ข้อค้นพบสำคัญ
- ค่าเฉลี่ยคดีอาชญากรรมรุนแรงต่อเดือนของดัลลัสลดจาก 630.81 คดีก่อนมาตรการ เหลือ 540.83 คดีหลังมาตรการ คิดเป็นลดลงร้อยละ 14.26 ขณะที่ฟอร์ตเวิร์ธลดลงร้อยละ 4.98 ส่วนอาร์ลิงตันเพิ่มขึ้นร้อยละ 18.06
- ผลจาก ITSA ยืนยันภาพดังกล่าว ณ จุดเริ่มมาตรการ ดัลลัสมีค่าสัมประสิทธิ์ -53.269 ซึ่งมีนัยสำคัญทางสถิติ หมายถึงคดีลดลงทันที ขณะที่อาร์ลิงตันและฟอร์ตเวิร์ธกลับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ 40.556 และ 64.536 ตามลำดับ
- แนวโน้มหลังมาตรการของดัลลัสยังลาดลงชันกว่าก่อนมาตรการอย่างมีนัยสำคัญ (-4.916) ส่วนฟอร์ตเวิร์ธไม่มีการเปลี่ยนแปลงของแนวโน้ม
- เมื่อเทียบเฉพาะช่วงสี่ปี พื้นที่ที่ได้รับมาตรการมีคดีลดลงร้อยละ 56.2 จากเฉลี่ยเดือนละ 23.2 คดี เหลือ 14.8 คดี ขณะที่พื้นที่ที่ไม่ได้รับมาตรการกลับเพิ่มขึ้นร้อยละ 21.5 จาก 376.8 คดี เป็น 480.2 คดี แต่ภาพรวมทั้งเมืองยังลดลงร้อยละ 20.8 เพราะการลดลงในจุดเสี่ยงหักลบส่วนที่เพิ่มขึ้นได้มากกว่า
- ผลของมาตรการปรากฏชัดที่สุดทันทีหลังเริ่มดำเนินการ ทั้งที่ช่วงนั้นมีความสม่ำเสมอในการปฏิบัติต่ำที่สุดคือร้อยละ 62 ผู้วิจัยตีความว่าการปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่ในจุดเสี่ยงอาจมีผลยับยั้งได้เกือบจะทันที
ข้อเสนอแนะ
- หน่วยงานตำรวจที่ประสบปัญหากำลังพลไม่เพียงพอสามารถใช้ hot spots policing เป็นแนวทางที่คุ้มค่า โดยทุ่มทรัพยากรที่มีจำกัดไปยังพื้นที่จำนวนน้อยที่ก่ออาชญากรรมรุนแรงมากที่สุด
- ต้องรักษาความสม่ำเสมอในการปฏิบัติให้อยู่ในระดับสูง เพราะผู้วิจัยระบุว่าผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการดำเนินมาตรการอย่างระมัดระวังและมีความสม่ำเสมอสูง
- ควรหมุนเวียนพื้นที่เป้าหมายตามข้อมูลล่าสุด เนื่องจากกริดที่เป็นจุดเสี่ยงเปลี่ยนหน้าไปทุก 60 วัน
- งานวิจัยต่อไปควรทำซ้ำในเขตอำนาจอื่น ศึกษาความยั่งยืนของผลในระยะยาว และตรวจสอบว่ามาตรการเสริมเช่นการทำงานร่วมกับชุมชนจะช่วยเพิ่มผลได้หรือไม่ ทั้งนี้ผู้วิจัยระบุว่ากำลังทำซ้ำอยู่ที่เมืองทาโคมา ซอลต์เลกซิตี และซานอันโตนิโอ โดยผลเบื้องต้นให้ผลลดอาชญากรรมใกล้เคียงกัน
ประเด็นสำคัญที่ควรจดจำ (Key Takeaways)
- การจัดการพื้นที่เล็ก ๆ เพียง 313 กริดในเมืองที่มีกว่าแสนกริด ให้ผลลดอาชญากรรมรุนแรงในระดับทั้งเมืองได้ เพราะพื้นที่เหล่านั้นเป็นที่เกิดของอาชญากรรมในสัดส่วนที่สูงมาก
- อาชญากรรมในพื้นที่ที่ไม่ได้รับมาตรการเพิ่มขึ้นร้อยละ 21.5 ในช่วงเดียวกัน แต่การลดลงร้อยละ 56.2 ในจุดเสี่ยงมีขนาดมากพอที่จะหักลบแล้วยังเหลือผลลดสุทธิ ตัวเลขทั้งเมืองจึงลดลง
- ผู้วิจัยระบุข้อจำกัดว่าศึกษาเพียงเขตมหานครเดียวในรัฐเทกซัส และไม่อาจตัดปัจจัยอื่นที่อาจส่งผลต่ออาชญากรรมในดัลลัสออกได้ทั้งหมด สำหรับประเทศไทย โครงสร้างของมาตรการนี้ใกล้เคียงกับการวางกำลังตามจุดเสี่ยง ทั้งนี้เป็นการเชื่อมโยงของผู้จัดทำเอง งานวิจัยนี้ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับประเทศไทย
เอกสารอ้างอิง
Tregle, B., Smith, M. R., Fahmy, C., & Tillyer, R. (2025). More than meets the eye: Examining the impact of hot spots policing on the reduction of city-wide crime. Crime Science, 14, Article 3. https://doi.org/10.1186/s40163-025-00247-9
อ่านฉบับเต็ม (Open Access): https://crimesciencejournal.biomedcentral.com/articles/10.1186/s40163-025-00247-9







