“โครงการเพื่อการป้องกันอาชญากรรมเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ในรูปแบบการล่วงละเมิดทางเพศทางอินเทอร์เน็ตและการบังคับใช้แรงงานโดยหลอกลวงไปเพื่อบังคับประกอบอาชญากรรมรูปแบบ Call Center” ณ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 60 ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

มิถุนายน 15, 2025

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2568
ณ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 60 ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

ศูนย์วิทยาการอาชญากรรม ร่วมกับโครงการส่งเสริมความตระหนักรู้อย่างมีชีวิตชีวา และได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้ดำเนิน “โครงการเพื่อการป้องกันอาชญากรรมเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ในรูปแบบการล่วงละเมิดทางเพศทางอินเทอร์เน็ตและการบังคับใช้แรงงานโดยหลอกลวงไปเพื่อบังคับประกอบอาชญากรรมรูปแบบ Call Center” ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคม 2568 โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชนและกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย

โดยโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 60 เป้าหมายนักเรียนชั้น ม.1 = 216 คน ตั้งอยู่ที่ หมู่ 4 , ตำบล ดอนแก้ว อำเภอแม่ริม เชียงใหม่ เป็นโรงเรียนประจำสำหรับเด็กด้อยโอกาสสังกัดกองการศึกษาพิเศษ ตั้งแต่ชั้น ป.1 - ม.6 นักเรียน 90% เป็นชนเผ่าต่างๆจากชุมชนชาติพันธุ์ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย เด็กได้รับอนุญาตให้ใช้โทรศัพท์มือถือและเด็กเข้าถึงอินเทอร์เน็ต

โครงการมุ่งให้เยาวชนและกลุ่มเสี่ยงได้รับความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงภัยจากการค้ามนุษย์และอาชญากรรมออนไลน์ สามารถดูแลตนเองให้ปลอดภัย ถ่ายทอดความรู้ต่อให้ผู้อื่น และเข้าถึงหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุได้

กิจกรรมประกอบด้วยการบรรยายผ่าน PowerPoint วีดิทัศน์ การแสดงบทบาทสมมติ เกมกลุ่ม และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อให้ผู้เข้าร่วมเรียนรู้จากประสบการณ์จริงของวิทยากร โดยมีเนื้อหาหลักครอบคลุมเรื่อง สถานการณ์การค้ามนุษย์และภัยออนไลน์, กระบวนการ Grooming และการหลอกลวงทางเพศ, การป้องกันตนเองและการเก็บพยานหลักฐาน, การแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

กิจกรรมประกอบด้วยการบรรยายผ่าน PowerPoint วีดิทัศน์ การแสดงบทบาทสมมติ เกมกลุ่ม และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อให้ผู้เข้าร่วมเรียนรู้จากประสบการณ์จริงของวิทยากร โดยมีเนื้อหาหลักครอบคลุมเรื่อง สถานการณ์การค้ามนุษย์และภัยออนไลน์, กระบวนการ Grooming และการหลอกลวงทางเพศ, การป้องกันตนเองและการเก็บพยานหลักฐาน, การแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แนวทางที่สอนให้เด็กจดจำคือ “NO – GO – TELL”
ไม่ลบ–ไม่คุยกับผู้ร้าย → ไปหาผู้ใหญ่ที่ไว้ใจ → บอกเพื่อขอความช่วยเหลือ

ข้อค้นพบจากพื้นที่พบว่าเด็กจำนวนมากเคยได้รับรูปภาพลามกอนาจารจากคนแปลกหน้า ถูกหลอกซื้อของออนไลน์ หรือมีปฏิสัมพันธ์กับคนแปลกหน้าผ่านเกมและโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, TikTok, IG และ Discord ซึ่งเป็นช่องทางที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ในรูปแบบออนไลน์

โครงการนี้ประสบความสำเร็จในการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักเรื่องการค้ามนุษย์และภัยออนไลน์ในหมู่เยาวชน ทำให้เด็กๆ สามารถป้องกันตนเอง ถ่ายทอดความรู้ต่อให้คนรอบข้าง และเข้าถึงการช่วยเหลือได้อย่างถูกวิธี โรงเรียนต่างๆ ให้การตอบรับอย่างดี และบางแห่งได้เชิญทีมวิทยากรกลับไปจัดกิจกรรมเพิ่มเติม ถือเป็นต้นแบบของการประยุกต์ใช้ “หลักวิทยาการอาชญากรรมเพื่อป้องกันอาชญากรรมในชุมชน” ได้อย่างเป็นรูปธรรม